ดินเสีย กับวิธีการการแก้ไข

ดินเสีย

จะรู้ได้อย่างไร ว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหาดินเสียอยู่?

ดินเสีย
มาดูกันครับว่า สภาพดินที่เรามีอยู่ เป็นอย่างไรกันบ้าง
ดินเค็ม ลักษณะที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า คือพบคราบเกลือเป็นหย่อมๆ เห็นชัดมากขึ้นในฤดูแล้ง เม็ดดินแตกเป็นดินฟุ้งกระจาย โดยส่วนใหญ่พื้นที่ที่พบดินเค็ม จะเป็นพื้นที่มีหรือเคยมีน้ำทะเลท่วมถึงมาก่อน หากมีน้ำท่วมถึงน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

ดินทราย ลักษณะมีการเกาะตัวแน่นทึบสำหรับดินทรายละเอียด หรือการยึดเกาะตัวของเม็ดดินต่ำ มีช่องว่างในดินขนาดใหญ่ น้ำไหลผ่านได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ดินจะดูดซับน้ำไว้ได้น้อย

ดินเปรี้ยวจัด ลักษณะที่สังเกตุเห็นได้ มีเนื้อเป็นดินเหนียวถึงเหนียวมาก และมีสีเหลืองฟางข้าวอยู่ในชั้นดิน และมักพบคราบสนิมเหล็กในดิน หรือบนผิวน้ำ เมื่อดินแห้ง จะแตกระแหง เป็นร่องกว้างและลึก แข็ง ยากต่อการไถพรวน มักจะเกิดในบริเวณที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลที่มีหรือเคยมีน้ำทะเล หรือน้ำกร่อยท่วมถึง
หากคุณพบว่าดินที่คุณมีอยู่มีลักษณะเหล่านี้ เรามาดูวิธีแก้ไขกันครับ

ดินเค็ม การแก้ดินเค็มทำได้หลายวิธี เช่น การปลูกพืชชอบเกลือหรือพืชทนเค็ม การปลูกต้นไม้โตเร็ว การชะล้างเกลือด้วยน้ำ ซึ่งแต่ละวิธีจะใช้เวลา และต้นทุนที่แตกต่างกัน การชะล้างเกลือด้วยระบบน้ำใต้ดิน ถึงแม้จะลดความเค็มที่ดินชั้นบนได้เร็วกว่าวิธีการจัดการทางพืช แต่ก็ใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง และต้องใช้ความรู้เฉพาะทางวิศวกรรม ดังนั้น การใช้พืชจึงเป็นวิธีที่น่าสนใจ การเลือกพืชที่ทนเค็ม หรือชอบเค็มจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของดินเค็มได้ การปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว เช่น ยูคาลิปตัส สะเดา กระถิน ขี้เหล็ก ไผ่ จะช่วยควบคุมระดับน้ำเค็มใต้ดิน ลดคราบเกลือบนผิวดิน และใบไม้ที่ร่วงหล่นบนดินจะเป็นอินทรีย์วัตถุชั้นดี ที่ช่วยทำให้ดินค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาอุดมสมบูรณ์ได้

ดินทราย ปรับปรุงให้อุดมสมบูรณ์ขึ้นได้ด้วยอินทรียวัตถุ การใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือการปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด การเพิ่มอินทรียวัตถุลงไปในดิน จะช่วยให้ดินมีความสามารถในการดูดซับธาตุอาหาร และอุ้มน้ำได้มากขึ้น การเลือกพืชที่เหมาะสมกับดินก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อช่วยฟื้นฟูดินได้เช่นกัน พืชที่ปลูกได้บนดินทราย ก็ยังมีหลายชนิด ทั้งพืชผัก พืชไร่ ไม้ผล หรือไม้ยืนต้น พืชผัก เช่น ผักกาดหอม พริกขี้หนู พืชไร่ พวกข้าวไร่ ถั่วลิสง มันสำปะหลัง ไม้ผล เหล่าสับปะรด แตงโม เป็นต้น ส่วนไม้ยืนต้นที่สามารถปลูกได้ ก็เช่น กระถินเทพา สะเดา ยูคาลิปตัส หรือต้นไผ่บางชนิด การปลูกไม้ยืนต้นจะทำให้มีอินทรียวัตถุบนผิวดิน และดินจะค่อยๆปรับสภาพ มีโครงสร้างที่เกิดการยึดเกาะตัวกันได้ดีขึ้น

ดินเปรี้ยวจัด การแก้ไขดินเปรี้ยวจัด มีทั้งการควบคุมระดับน้ำใต้ดิน การชะล้างความเป็นกรดในดิน การใส่สารลดความเป็นกรดของดิน และการปรับสภาพพื้นที่ แต่ละทางเลือกมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป เช่นการชะล้างจำเป็นจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำเพียงพอ หรือการใส่สารลดความเป็นกรด ซึ่งสามารถแก้ความเป็นกรดของดินได้เพียง 3-5 ปี เท่านั้น ดังนั้นการปรับสภาพพื้นที่โดยการทำเกษตรผสมผสาน การทำไร่นาส่วนผสมหรือเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ จึงถือเป็นทางเลือกที่สร้างความยั่งยืนในพื้นที่ได้ โดยแนวทางนี้ควรเลือกชนิดของพืชที่จะนำมาปลูกให้เหมาะสมกับดินและน้ำในพื้นที่บริเวณนั้น ใช้พืชหลายๆชนิดทั้งพืชล้มลุกและไม้ยืนต้น ผสมผสานกัน แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับปลูกข้าว เลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น โดยจำเป็นต้องยกร่องแปลงปลูกให้สูงกว่าพื้นที่ดินเดิม ปรับระดับผิวหน้าดินให้มีความลาดเอียง เพื่อให้น้ำไหลสู่คลองระบายน้ำ และมีคันดินล้อมรอบพื้นที่ เพื่อควบคุมการกักเก็บและระบายน้ำออกได้เมื่อน้ำในร่องเป็นกรดจัด ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงอันเกิดจากปัญหาของดิน และสร้างการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ดินเสีย

ดินเสีย

การแก้ปัญหาของดินแต่ละชนิด มีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าสภาพในพื้นที่มีปัญหามากน้อยเพียงใด และวิธีในการจัดการต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากน้อยแค่ไหน ให้ผลยั่งยืนในระยะยาว และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ที่สำคัญอย่าปล่อยให้ที่ดินกลายเป็น ที่รกร้างว่างเปล่า ค่อยๆ ลองพิจารณากันดูครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*
*